น้ำแข็งก้อนโตกว่าฮ่องกง หลุดลอยจากขั้วโลกใต้พุ่งสู้ฟัดออสเตรเลีย

melting-ice.jpg

นักวิทยาศาสตร์เผย หลังติดตามก้อนน้ำแข็งด้วยดาวเทียม พบยาว 19 กม.ห่างจากออสเตรเลียไปทางใต้กว่า 1.7 พันกม. คาดมีตั้งแต่สมัยค้าขายกับอังกฤษ เชื่ออาจพบบ่อยขึ้นจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น...

ก้อนน้ำแข็งหลุดมาจากขั้วโลกโตใหญ่เท่าภูเขาเลากา โตกว่าเกาะฮ่องกงถึง 2 เท่า ลอยละล่องมุ่งเข้าหาประเทศออสเตรเลีย นับเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ออกปากว่า เป็นเรื่องครั้งหนึ่งในศตวรรษทีเดียว

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องก้อนน้ำแข็งของเมืองจิงโจ้ นายนีล ยัง รายงานว่า จากการติดตามด้วยดาวเทียมพบเห็นก้อนน้ำแข็งยักษ์มีความยาวถึง 19 กม. อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางใต้ประมาณ 1,700 กม. เขากล่าวว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้นานมาแล้ว นับแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ตั้งแต่สมัยนั้นยังมีเรือใบที่มีความเร็วสูงแล่นตามเส้นทางค้าขายระหว่างออสเตรเลียกับอังกฤษอยู่

ก้อนน้ำแข็งยักษ์มีพื้นที่โตประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในขณะที่เกาะฮ่องกงมีพื้นที่เพียง 80 ตร.กม.

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า มันหลุดมาจากทวีปแอนตาร์ก-ติก ขั้วโลกใต้มาเมื่อ 10 ปีมาแล้ว ค่อยลอยวนรอบทวีป ก่อนจะบ่ายหน้าขึ้นไปทางเหนือ "มันเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ เดิมทีใหญ่โตกินพื้นที่ตั้ง 400 ตร. กม. แต่ได้มาแตกออกเป็น 2 ชิ้นภายหลัง ก้อนหนึ่งได้ลอยอยู่ในมหาสมุทรมานาน 1 ปีแล้ว"

เขากล่าวว่า การปรากฏตัวของมันนับว่าเป็นเรื่องผิดธรรมดา แต่เชื่อว่ามันคงจะมีบ่อยขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น เนื่องด้วยโลกอุ่นขึ้น.



ที่มา www.thairath.co.th
ภาพ http://climatesurprise.files.wordpress.com

 

. . . . . . . . . . .

ความคิดเห็น

สองกรณีข้างต้น เป็นแค่กรณีตัวอย่าง ซึ่งพฤติกรรมล่าสัตว์แบบเข้าข้างตัวเองว่าเป็นเรื่องที่ทำกันมาช้านาน มันฟังไม่ขึ้นอีกต่อไปในสภาวะอากาศแปรปรวน และความหลากหลายทางชีวภาพกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก network+ braindump ถ้าจะล่าเพื่อใช้เป็นอาหาร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องฆ่ามากมายนับพัน นับหมื่นตัว กินกันไหวเหรอ (แอบสงสัย) อยากรู้ว่า Common Sense ของมนุษย์โลกเรา หายไปไหนกันหมด!แต่การมีสื่อดีๆ pmp dumps ออกมาเผยแพร่ เรื่องน่าอัปยศต่างๆ ให้โลกรับรู้ เป็นเรื่องที่กล้าหาญและต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก (ทุนก็ด้วย) ซึ่งควรได้รับการยกย่อง ดังนั้นการรับสื่ออย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจนเกินไปนัก เราคงต้อง active rhce dumps กันมากกว่านี้ เช่น บอกต่อเรื่องราวต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้าง ความตระหนัก (awareness) หรือแม้แต่ไปดูหนังเรื่องนี้ หรือซื้อดีวีดีลิขสิทธิ์ เพราะ รายได้จะสมทบกองทุนช่วยรณรงค์หยุดฆ่าโลมา หรือวิธีการอื่นๆ ลองเข้าไปดูที่นี่