วัฒนธรรมการแยกขยะของญี่ปุ่น ตอนที่ 4

japan-garbage-bage-art.jpg

กิจกรรมเก็บขยะประเภท "สิ่งที่เจ้าของไม่ต้องการ"
อันที่จริง ขยะ ก็หมายถึงสิ่งของที่เจ้าของผู้ครอบครองทั้งหลายไม่ต้องการ แต่ขยะบางชนิด เจ้าของไม่ต้องการใช้และไม่ต้องเก็บไว้อีกต่อไป (เพราะซื้อหามาจนเต็มบ้าน หรือซื้อใหม่อยู่เนืองๆ) เช่น เครื่องไฟฟ้าขนาดย่อมประเภท เตาปิ้งขนมปัง วิทยุ เครื่องเสียงขนาดเล็ก พัดลม หม้อหุงข้าว ไปจนถึงเตาแก๊ส (ขนาดเล็ก) รวมทั้งเครื่องเรือน อาทิ เก้าอี้ โต๊ะ ชั้นวางของ วางหนังสือ ฯลฯ

เหล่านี้ถือเป็นขยะใหญ่ที่ไม่ใช่ "สิ่งสกปรกน่ารังเกียจเมื่อพบเห็นหรือนึกถึง" หรือขยะในความหมายของ "สิ่งปฏิกูล" (ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน) เจ้าของไม่อยากครอบครองต่อไปแล้ว แต่คนอื่นอาจจะถือเป็นของต้องประสงค์ก็ได้

ในวันพฤหัสบดีที่สองและที่สี่ของเดือน จะเป็นวันเก็บขยะใหญ่ (incombustible) และขยะเผาไม่ได้ (unburnable) ซึ่งในสมัยที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังรุ่งเรือง รัฐบาลสนับสนุนให้ผู้คนทิ้งขยะใหญ่ประเภทนี้ปีละครั้งสองครั้ง เช่น ในช่วงเดือนกรกฎาคม และธันวาคม ซึ่งเป็นระยะที่รัฐและบริษัทเอกชน จะแจกโบนัสประจำฤดูร้อนและฤดูหนาว

เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องเรือนที่ยังมีสภาพดีหรือค่อนข้างดี จะวางทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนวันเก็บขยะใหญ่ประจำฤดูสักสองสามวัน และคนที่อยากจะได้ของใช้ (ที่ยังไม่อยู่ในสภาพเป็น "ขยะ") เหล่านี้ ก็อาจจะมาเลือกขนเอาไปได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาดูถูกดูแคลน เรียกว่าเป็นการหมุนเวียนใช้ของให้คุ้มค่า

และทำให้บริษัทผู้ผลิตสามารถขายสินค้าในประเทศได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะขายไม่ออกหรือขายได้น้อยจนอยู่ไม่ได้




ภูเขาขยะมีทั้งเครื่องทำความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ

กิจกรรมการเก็บ "ขยะชั้นดี" แบบนี้ เป็นความบันเทิงใจอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะของบรรดานักเรียน นักศึกษา และคนต่างชาติ (ซึ่งมักจะมีรายได้น้อยกว่าคนญี่ปุ่นในระดับเดียวกัน) เพื่อนฝูงจากเมืองไทยของข้าพเจ้า ถ้าบังเอิญมาเยี่ยมเยียนในช่วงนี้ ก็มักจะออกเดินสำรวจขยะกันเป็นที่ครึกครื้น และพากันเก็บอะไรต่อมิอะไรเข้ามาสะสมไว้ในบ้านข้าพเจ้า เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องขนเอาไปทิ้งในตอนเย็นหรือวันรุ่งขึ้น

ไม่ใช่เพราะรังเกียจของทิ้งแล้ว (ซึ่งบางชิ้นสภาพดีกว่าของในบ้านเสียอีก) แต่เพราะของในบ้านไม่ได้ทิ้งออกไป จึงไม่มีเนื้อที่จะมาสะสมของดีได้ฟรีประเภทนี้

แต่ในช่วงหลังเศรษฐกิจฟองสบู่แตก (ประมาณ ค.ศ.1995 เป็นต้นมา) กิจกรรมนี้ก็แทบจะหมดไป เพราะไม่มีใครยอมทิ้งกันง่ายๆ แต่จะเก็บเอาไปวางขายในตลาดแบกะดิน หรือ flee market ตามลานของศูนย์การค้า ในวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดของฤดูร้อน

ส่วนขยะใหญ่ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ วิทยุ เตาปิ้งขนมปัง หรือเครื่องเรือนชิ้นใหญ่ๆ นั้น ปัจจุบันนี้เทศบาลห้ามเอามาวางทิ้งกันง่ายๆ แต่จะต้องไปซื้อป้ายจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ราคาต่างกันตามขนาดของสิ่งที่จะทิ้ง เช่น 300 เยน, 500 เยน และ 800 เยน เอามาผูกไว้กับของที่จะทิ้ง

ไม่อย่างนั้น รถเก็บขยะก็จะไม่เก็บเอาไป อีกสักสองสามวัน เจ้าของก็จะต้องมาเก็บ ถ้าไม่เก็บ ก็จะเป็นที่เดือดร้อนในหมู่ผู้ร่วมใช้สถานที่ทิ้งขยะอีกเช่นกัน

ความบันเทิงของผู้เลือสรร "ขยะที่เจ้าของไม่พึงประสงค์จะครอบครองต่อไป" จึงหมดไปในปัจจุบัน และยังก่อให้เกิดสถานการณ์แอบทิ้งขยะใหญ่ เช่น รถจักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ไว้ในจุดลับตาต่างๆ

กลายเป็นข้อวิวาทะระหว่างประชาชนผู้เสียภาษีกับรัฐบาลท้องถิ่นหรือเทศบาล




ขยะชั้นดีที่ยังใช้งานได้อยุ่



สิ่งที่ได้เห็น และสิ่งที่ไม่ได้เห็น
แน่นอนว่า ประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่เมืองสวรรค์ที่ปราศจากขยะโดยสิ้นเชิง ตามตรอกซอกซอยลึกลับซับซ้อนบางแห่ง หรือแม้แต่ตามป้ายรถประจำทางบางครั้ง ก็ยังมีขยะหกหล่นเกลื่อนกลาด หรือในจุดทิ้งขยะบางแห่งก็อาจมีคนมักง่าย ทิ้งขยะในถุงอย่างบางที่แตกง่าย เกลื่อนกลาดอุจาดตา หรือแม้กระทั่งการแอบโยนจักรยานทิ้งลงไปในลำน้ำบางจุดที่ลับหูลับตาคน (โดยเฉพาะในเมืองโอซากา ที่ประชากรมีบุคลิกหลายอย่างคล้ายคลึงกับประชากรของกรุงเทพฯ อย่างน่าพิศวง)

แต่เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่น้อยรวมทั้งชนบทในประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่งที่ข้าพเจ้าได้เคยพบเห็นมา รวมทั้งประเทศไทยอันเป็นที่อาศัยถาวร ญี่ปุ่นก็เป็นเมืองที่สะอาดปราศจากขยะ อย่างน่าประหลาดใจว่า เขาทำกันอย่างไร แน่นอนว่า ไม่ใช่เพราะ "ญี่ปุ่นเขารวยมาก"




ตัวอย่างเอกสารที่ทุกบ้านจะได้รับ เป็นกฎการทิ้งและแยกขยะของแต่ละชุมชน

 

 

ที่มา
รายงานพิเศษ สุวรรณา เกรียงไกรเพชร มติชนรายสัปดาห์
วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1295
www.japankiku.com

 

. . . . . . . . . . .

ความคิดเห็น

Pesticide use has increased since 1950 to 2.5 million tons web design annually worldwide, yet crop loss due to pests has remained relatively constant. The World Health Organization estimated in 1992 that 3 million pesticide poisonings occur annually, causing 220,000 deaths.Pesticides select for pesticide resistance in the pest population, leading to a condition online marketing termed the 'pesticide treadmill' in which pest resistance warrants the development of a new pesticide.An alternative argument is that the way to 'save the environment' and prevent famine is by using pesticides and intensive high yield farming, a view exemplified by a quote heading the voip Center for Global Food Issues website: 'Growing more per acre leaves more land for nature'.However, critics argue that a trade-off between the environment and a need for food is not inevitable,[84] and that pesticides simply online payments replace good agronomic practices such as crop rotation.