ล่าโลมา ล่าวาฬ ประเพณี หรือ ซาดิสซึ่ม

the-cove.png

เมื่อไม่นานมานี้มีคนแนะนำหนังเรื่อง The Cove ของ Participant media ซึ่งเป็นเรื่องการเปิดโปงความอื้อฉาวของชาวญี่ปุ่น ที่เมือง Taiji ใกล้ๆ Osaka ซึ่งภาพลักษ์ภายนอกดูเป็นเมืองที่รักสัตว์ทะเลมาก ทั้งเมืองมีแต่การ์ตูนรูปสัตว์ทะเลอย่าง ปลาโลมา วาฬ เต่า ฯลฯ แต่เบื้องหลังซุกซ่อนประเพณีสังหารหมู่ปลาโลมานับหมื่นตัวในถ้ำ ซึ่งทำอย่างเลือดเย็น ช่วงเดือนกันยายนของทุกปี โดยคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีประเพณีท้องถิ่นเช่นน้ีมาก่อน จนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง The Cove ได้เผยแพร่ออกมาช่วงต้นปี 2009 นำมาสู่การรณรงค์ต่อต้านการกระทำโหดร้ายต่อปลาโลมา จากทั้งคนญี่ปุ่นเอง และทั่วโลก

เมื่อไม่กี่วันนี้ ฉันเพิ่งได้รับฟอร์เวิร์ดเมล เกี่ยวกับประเพณีหฤโหดคล้ายๆ กัน คราวน้ีเกิดที่เมืองปกครองตนเอง เกาะ Faroe ที่เดนมาร์ก ซึ่งจะมีการสังหารหมู่ปลาวาฬนำร่อง (pilot whale) ทุกปีเช่นกัน โดยชาวบ้านที่นั่น อ้างว่าเป็นประเพณีเพื่อสร้างสัมพันธ์กันของคนในเมือง ทำกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ล่าเพื่อความพึงใจ ไม่ใช่เพื่อการค้า เนื้อปลาเอามาแจกจ่ายกันในหมู่บ้าน และไม่คิดว่าเป็นเรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด เพราะวาฬพันธุ์นี้ ไม่ใช่พันธุ์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์  แบบนี้ฟังเหมือนคำแก้ตัวมากกว่าเหตุผล ต้องรอให้ปลาใกล้สูญพันธุ์ หรือสูญพันธุ์แล้วถึงจะสำนึกหรือ?




สองกรณีข้างต้น เป็นแค่กรณีตัวอย่าง ซึ่งพฤติกรรมล่าสัตว์แบบเข้าข้างตัวเองว่าเป็นเรื่องที่ทำกันมาช้านาน มันฟังไม่ขึ้นอีกต่อไปในสภาวะอากาศแปรปรวน และความหลากหลายทางชีวภาพกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถ้าจะล่าเพื่อใช้เป็นอาหาร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องฆ่ามากมายนับพัน นับหมื่นตัว กินกันไหวเหรอ (แอบสงสัย) อยากรู้ว่า Common Sense ของมนุษย์โลกเรา หายไปไหนกันหมด!

แต่การมีสื่อดีๆ ออกมาเผยแพร่ เรื่องน่าอัปยศต่างๆ ให้โลกรับรู้ เป็นเรื่องที่กล้าหาญและต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก (ทุนก็ด้วย) ซึ่งควรได้รับการยกย่อง ดังนั้นการรับสื่ออย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจนเกินไปนัก เราคงต้อง active กันมากกว่านี้ เช่น บอกต่อเรื่องราวต่อไปเรื่อยๆ เพื่อสร้าง ความตระหนัก (awareness) หรือแม้แต่ไปดูหนังเรื่องนี้ หรือซื้อดีวีดีลิขสิทธิ์ เพราะรายได้จะสมทบกองทุนช่วยรณรงค์หยุดฆ่าโลมา หรือวิธีการอื่นๆ ลองเข้าไปดูที่นี่  http://savejapandolphins.com/takeaction.php



The only thing necessary for the triumph of evil is that

GOOD MEN DO NOTHING!!!


Edmund Burke

 

 

 

- - - - - - - - - - - - - -

http://www.thecovemovie.com/
http://www.participantmedia.com/
http://savejapandolphins.blogspot.com/2009/05/luc-besson-will-distribute-cove-movie.html
http://www.hoax-slayer.com/denmark-whaling.shtml

ความคิดเห็น

นักวิทยาศาสตร์เผย หลังติดตามก้อนน้ำแข็งด้วยดาวเทียม พบยาว 19 กม.ห่างจากออสเตรเลียไปทางใต้กว่า 1.7 พันกม. คาดมีตั้งแต่สมัยค้าขายกับอังกฤษ เชื่ออาจพบบ่อยขึ้นจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น..mcp certification .ก้อนน้ำแข็งหลุดมาจากขั้วโลกโต ใหญ่เท่าภูเขาเลากา โตกว่า เกาะฮ่องกงถึง 2 เท่า ลอยละล่องมุ่งเข้าหาประเทศออสเตรเลีย นับเป็นปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ออกปากว่า security+ เป็นเรื่องครั้งหนึ่งในศตวรรษทีเดียวผู้เชี่ยวชาญเรื่องก้อนน้ำแข็ง ของเมืองจิงโจ้ นายนีล ยัง รายงานว่า จากการติดตามด้วยดาวเทียมพบเห็นก้อนน้ำแข็งยักษ์มีความยาวถึง 19 กม. อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางใต้ประมาณ 1,700 กม. เขากล่าวว่า oracle dumps ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้นานมาแล้ว นับแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ตั้งแต่สมัยนั้นยังมีเรือใบที่มีความเร็วสูงแล่นตามเส้นทางค้าขายระหว่าง ออสเตรเลียกับอังกฤษอยู่
ได้รับ forward mail นี้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่าคิดอะไรกัน คนเรา โหดร้ายจริงๆ
ถ้า "คิด" คงไม่ทำ -_-!
ร้ายจริงๆ คนเรา