Earth Day 22 เมษา การเดินทางอันยาวนาน ..เพื่อโลก?

320px-Earth_flag_PD.jpg

วันที่ 22 เมษายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวัน "เอิร์ธ เดย์" เป็นวันที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เราตระหนักและชื่นชมในความงามของสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ (และจะได้ทำอะไรแคร์โลกยิ่งขึ้น) วันเอิร์ธเดย์กำหนดขึ้นโดย วุฒิสมาชิก   Gaylord  Nelson  ในการสัมมนาเชิงปฎิบัติ (teach-in) เกี่ยวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม  ที่ซีแอทเทิล วอชิงตัน  สหรัฐอเมริกา ในเดือนกันยายน ปี 1969



เนื่องจากในช่วงนั้นมีประเด็นเรื่อง "ประชากรล้นโลก" (เบบี้บูมหลังยุคสงคราม) อย่างน่าเป็นห่วง จนมีการรณรงค์ "Zero Population Growth" โดยวุฒิสมาชิก เนลสัน เห็นว่าการที่ประชากรล้น นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ  ดังนั้นจึงเกิดการรณรงค์ครั้งใหญ่ขึ้นนับแต่นั้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ประเทศ (ซึ่งมักเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ในช่วงแรก)

(โลโก้รณรงค์ zero population growth สัญลักษณ์ของวันเอิร์ธเดย์ช่วงแรกๆ)

 

การรณรงค์สิ่งแวดล้อมในวันเอิร์ธ เดย์ ได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่องสร้างกระแสเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดหลายปีที่ผ่านมา และนำมาสู่การประชุม เรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของสหประชาชาติ ที่กรุงริโอเดอจาเนโร  ปี 1992  United Nations Conference on Environment and Development (UNCED) หรือชื่อย่อ "Earth Summit in  Rio de Janeiro"   ซึ่งหลังจากการประชุมครั้งนั้น ก็เกิดข้อตกลงและการขับเคลื่อนเกี่ยวกับประเด็น "โลกร้อน" อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น   เรียกว่า United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC or FCCC)   ซึ่งเป็นข้อตกลงที่พยายามจะจำกัดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เพื่อไม่ให้ทำลายชั้นบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมจนเกินไป  และต่อมาได้มีการประชุมสิ่งแวดล้อมขึ้นที่ญี่ปุ่น ในเดือนธันวาคม 1997 และเกิดเป็น "พิธีสารเกียวโต" ( Kyoto Protocol  เป็นข้อตกลงที่ต่อยอดขึ้นมาจาก UNFCCC) โดยประเทศที่เข้าร่วมกว่า 183 ประเทศตกลงว่าจะลดหรือหาวิธีจัดการกับก๊าซเรือนกระจก  4 ตัวหลัก คือ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ และ ซัลเฟอร์เฮกซาฟลูออไรด์ เพื่อช่วยกันบรรเทาปัญหาโลกร้อน ซึ่งประเทศไทยของเราก็เข้าร่วมด้วย


กว่าจะเค้นออกมาเป็น ความร่วมมือลดก๊าซเรือนกระจก 4 ตัวร้ายนี้ได้  ต้องใช้เวลาขับเคลื่อนยาวนานถึง  28 ปี
  นับแต่การกำหนดวันเอิร์ธ เดย์ครั้งแรกเมื่อปี 1969 ตลอดเวลา 28 ปีที่ผ่านมา (1969-1997) ประชากรโลกเพิ่มขึ้นมากว่า 2 พันล้านคน (ข้อมูลปี 1970-1997)  ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างก๊าซเรือนกระจกกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ถ้าต้องรอการขับเคลื่อน การตกลง และสนธิสัญญาอันยืดยาวเหล่านั้นเราถึงจะสำนึกได้ว่า "โลกมันแย่แล้วนะ  แย่จริงๆนะ ต้องทำอะไรซักอย่างแล้วนะ อ่ะ 4 ตัวละกัน พอจะทำกันได้ใช่มั้ย?" ชั่วโมงสุดท้ายของโลกคงใกล้เข้ามา เร็วอย่างคาดไม่ถึง

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สรุปความแบบย่อมากๆ จากวิกิพีเดีย

http://en.wikipedia.org/wiki/Earth_Day
http://en.wikipedia.org/wiki/Earth_Summithttp://en.wikipedia.org/wiki/Kyoto_Protocol
http://en.wikipedia.org/wiki/World_population
http://en.wikipedia.org/wiki/Gaylord_Nelson

ความคิดเห็น

Climate change has the potential to affect dsl agriculture through changes in temperature, rainfall (timing and quantity), CO2, solar radiation and the interaction of these elements.Agriculture can both mitigate or worsen global warming. Some of the increase in CO2 in the atmosphere backup comes from the decomposition of organic matter in the soil, and much of the methane emitted into the atmosphere is due to the decomposition of organic matter in wet soils such as rice paddies. Further, wet or data recovery anaerobic soils also lose nitrogen through denitrification, releasing the greenhouse gas nitric oxide.Changes in management can reduce the release of these greenhouse gases, and soil can further be used to home based business sequester some of the CO2 in the atmosphere.
Thanks for sharing