เก้าอี้ในตำนาน Mirra Chairs เก้าอี้ที่เขียวที่สุดในโลก
เก้าอี้ทำงานหน้าตาประหลาด สไตล์โมเดิร์นราคาเกือบ 4 หมื่นบาทตัวนี้ ชื่อ Mirra Chair ขายดีและเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของบริษัท Herman Miller ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในประเทศอเมริกา มากว่า 1 ศตวรรษ...มันมีดีที่ตรงไหน?
บริษัท Herman Miller ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมายาวนาน โดยที่เจ้าของกิจการแต่ละรุ่น จะใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเสมอมา ตั้งแต่ใช้แสงธรรมชาติในโรงงานและโชว์รูม ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินจำเป็น ฯลฯ เขาทำอย่างนี้มากหลายสิบปีแล้ว ก่อนที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมจะฮอตเสียอีก
สำหรับเจ้า Mirra ตัวเก๋นี้ เป็นเก้าอี้ที่ผลิตออกมาช่วงปี 2003 โดย บริษัท Herman Miller ร่วมกับทีมดีไซน์ Studio 7.5 บริษัทดีไซน์เยอรมัน ร่วมกันออกแบบ Mirra ขึ้นมา ให้เป็นเก้าอี้ที่ "ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด และนั่งสบายที่สุด" และยังใช้ Green Energy ในการผลิต นั่นคือ ไฟฟ้าพลังงานลม และพลังงานชีวมวล (Biomass) ทีมออกแบบพยายามใช้วัสดุให้น้อยที่สุด และเลือกวัสดุที่จะใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ซ้ำๆ โดยไม่เสื่อมคุณภาพลงเหมือนวัสดุทั่วๆ ไป (ไม่ down cycle = ยิ่งรีไซเคิล ยิ่งด้อยคุณภาพลง) ซึ่งสอดคล้องตามแนวคิด C2C หรือ Cradle to Cradle ของ McDonough Braungart ผู้เขียนหนังสือ เรื่อง Cradle to Cradle ที่ปัจจุบันได้สร้างเครือข่ายในการมอบประกาศนียบัตรให้กับผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด C2C ที่มีชื่อว่า the McDonough Braungart Design Chemistry (MBDC) ที่สำคัญเจ้า Mirra ยังราคาถูกกว่าเก้าอี้ทำงานฮอตๆ ตัวอื่นๆ ของบริษัท Herman Miller ราคาในไทยอยู่ที่ 3 หมื่นปลายๆ ราคาในต่างประเทศ ประมาณ 2 หมื่น

ก่อนหน้าที่เจ้า Mirra จะถูกดีไซน์ขึ้นมา บริษัท Herman Miller ได้ออกแบบเก้าอี้ที่มีชื่อว่า Aeron Chairs ออกแบบโดย Don Chadwick and Bill Stumpf ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่น่าจะเรียกได้ว่า ขายดีที่สุดในโลก เพราะว่ากันว่ามันนั่งทำงานได้สบายสุดๆ ไม่ปวดหลัง เพราะเขาออกแบบให้มันรองรับกับสรีระทั้งชาย หญิง ไม่ว่าจะตัวเล็ก ตัวใหญ่ อ้วน หรือ ผอม เพราะเก้าอี้สามารถปรับให้รองรับสรีระผู้นั่งได้หลากหลาย และยังใช้วัสดุรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบของเก้าอี้ เพื่อลดการใช้วัสดุใหม่ๆ เจ้า Aeron นี้ ราคาในไทยประมาณ 4 หมื่นบาท (ต่างประเทศ ไม่เกิน 3 หมื่น)

นอกเหนือจากเรื่องดีไซน์ที่สุดยอดแล้ว บริษัทฯ ยังมีปณิธานว่าจะลดการสร้างขยะให้ไปที่ระดับ 0 หรือ Zero waste รวมถึง มลพิษให้เป็น 0 ด้วยเช่นกัน และจะมุ่งมั่นออกแบบผลิตภัณฑ์ตามแนวทาง C2C ซึ่งกำหนดเส้นชัยไว้ ภายในปี 2020 แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของบริษัทฯ นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารแล้ว นั่นคือ ทีมงานทุกคนในบริษัทฯ ต่างก็เห็นดีเห็นงามกับแนวทางขององค์กร ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันผลิตผลงาน และพยายามที่จะพัฒนางานทุกๆ วัน ในแต่ละแผนกให้ "ดีต่อสิ่งแวดล้อม" ยิ่งๆ ขึ้น จากวิสัยทัศน์และความสามัคคีของพนักงาน ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอๆ ซึ่งดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม บวกกับสำนึกดีด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เก้าอี้และสินค้าอื่นๆ ของบริษัท Herman Miller โด่งดังและขายดีทั่วโลก เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับบริษัทอื่นๆ ลบคำสบประมาท หรือความเข้าใจผิดของนักธุรกิจหัวโบราณที่มักคิดว่า การเป็นบริษัทที่ดี ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม มันสวนทางกับรายได้
รางวัลที่เคยได้รับ
- Most Admired Company 19 ปีซ้อน โดยนิตยสาร Fortune Magazine
- Dow Jones Sustainability World Index (ในไทยมีแค่บริษัท SCG บริษัทเดียวที่ติดอันดับนี้)
- 100 Best Corporate Citizens in America โดย CRO Magazine
- EPA WasteWise Gold Achievement for reduction in packaging
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ข้อมูลจาก
- หนังสือ Green Biz, 50 green, profitable companies reveal their strategies & successes
- http://hermanmiller.com
- http://www.mbdc.com




