รูปภาพของ kurt

จะช่วยโลก ไม่จำเป็นต้องกินมังสวิรัต

 

ตำราช่วยโลกกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย ทั้งเทศและไทย (ที่ลอกมาจากเทศอีกที) มักมีข้อปฏิบัติอยู่ประการหนึ่ง คือ "หันมากินมังสวิรัตเสียเถอะ"

การกินมังสวิรัตช่วยเหลือดูแลโลกได้อย่างไรบ้าง

นั่นเพราะมีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า ฟาร์มปศุสัตว์ต้องอาหารที่เป็นพืชเพาะเลี้ยงปริมาณมาก โดยเฉพาะวัว ที่ไหนจะทั้งตด ทั้งเรอ ล้วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน มีข้อมูลจากหนังสือจำพวกฮาวทูกู้โลกของฝาหรั่งมังค่าเล่มหนึ่งบอกว่า วัวหนึ่งล้านตัวปล่อยก๊าซมีเทนออกมา 220 ตันต่อวัน

เมื่อฝาหรั่งบอกมาอย่างนี้ คนไทยก็มีนิสัยเอามาบอกต่อ โดยที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องโลกสมดุลหรือการเมืองเรื่องโลกร้อนเลย

เพราะหากมองในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยก็ถูกประนามจากหลายประเทศตะวันตกว่า การปลูกข้าวนาน้ำขังก็ปล่อยมีเทนสูง ซึ่งที่เขาว่ามานั้นมันไม่ผิด เนื่องจากการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคเกษตร เกินกึ่งหนึ่งของประเทศไทยมาจากนาข้าว

ประเด็นเลยไม่ได้อยู่ที่ว่า เรามาเลิกกินเนื้อวัว เลิกกินข้าวกันเถอะ

ประเด็นอยู่ที่ว่าภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าภาคเกษตรมาก ซึ่งภาคเกษตรเป็นภาคที่เกี่ยวกับปากท้อง การกินการอยู่

ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วเราจะกินอาหารอย่างไรให้สมดุล และไม่กินทิ้งกินขว้าง กินอย่างมีสติ กินแล้วร่างกายแข็งแรง

ส่วนกินอย่างไรให้สมดุลนั้น...ความสมดุลของแต่ละคนนั้นต่างกัน ตำราโภชนาการที่ไม่ได้ร่วมกู้โลกกับเขาด้วยบอกว่า ช่วงใดที่กินอร่อย นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก ภาวะนั้นแหละที่เรียกว่ากินแล้วสมดุล

ความคิดเห็น

จากที่เคยอ่านๆ มาบ้าง อาหารที่ดีกับสุขภาพควบคู่กับสิ่งแวดล้อม คือ "แมลง"

ยินดีต้อนรับ

สู่เว็บกรีนค่าา

 

รักษ์โลก~ ช่วยกันเน้อ

เห็นด้วยครับ

 

ความจริงแล้วผมเคยคุยเรื่องการเป็นมังสวิรัติกับเพื่อนที่เป็นวีแกน(Vegan-พวกไม่กินสัตว์)เหมือนกัน

เราคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ข้ามคืนเลยทีเดียว

ผมยอมรับว่า การกินมังสวิรัติ  มันช่วยลดโลกร้อนได้อยู่บ้างในบางกรณี

แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อแก้โลกร้อนทุกคนต้องเป็นมังสวิรัติ

สิ่งสำคัญที่สุด สำหรับเรื่องการกินต่อประเด็นโลกร้อนนั้น

ผมคิดว่าอยู่ที่การกินแต่พอดี ไม่มากเกินความต้องการ ไม่กินเหลือ  เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสร้างอาหารแต่ละอย่างนั้น เป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด (และที่สำคัญกว่าเรื่องการปล่อยก๊าซคือ เพื่อเป็นการเคารพต่อชีวิตของพืชและสัตว์ที่ต้องถูกสังเวยไปเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่รอด)

และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องขนส่งจากแดนไกล

 

ปัจจุบันมนุษย์เราอยู่ในเมืองกันเป็นส่วนใหญ่ แต่เรามักไม่มีแหล่งสร้างอาหารในเมือง

คนเมืองจะกินผักหรือเนื้อสัตว์แค่คำเดียวก็ต้องขนส่งจากชนบท,แดนไกล 

ตรงนี้แหละผมว่า เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสิ้นเปลืองหรือไม่จำเป็นเอาเสียเลย

 

โดยเฉพาะพวกอาหารที่ต้องนำเข้าจากอีกมุมโลกทั้งหลาย นั่นแหละตัวการทำให้โลกร้อนตัวจริง

มันไม่ใช่แค่เรื่องกินผักกินเนื้ออย่างเดียวหรอก คนกินผักนำเข้าอาจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าคนกินสัตว์ที่เลี้ยงเองเสียอีก

 

Change the world with BICYCLE

Sunchirow,2007