สสช.เผยภัยแล้งปัญหาสิ่งแวดล้อมปี '53 คนกรุงขอรัฐช่วยแก้มลพิษทางอากาศ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจด้านสิ่งแวดล้อม ปี '53 พบปัญหาภาวะภัยแล้งมากสุด ร้อยละ 70.4 เรียกร้องรัฐเร่งแก้อย่างเร่งด่วน รองมาเป็นปัญหามลพิษทางอากาศ ภาวะน้ำท่วม มลพิษจากขยะ ด้านคนกรุงเรียกร้องรัฐแก้ปัญหามลพิษทางอากาศด่วน
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน พ.ศ.2553 พบว่าจากผลการสำรวจประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน/หมู่บ้าน ร้อยละ 70.4 และไม่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 29.6 ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 5 อันดับแรก ได้แก่ การเกิดภาวะภัยแล้ง ร้อยละ 72.6 เกิดภาวะน้ำท่วม ร้อยละ 25.3 มลพิษทางอากาศ ร้อยละ 22.5 การทำลายป่าไม้ ร้อยละ 19.8 และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ร้อยละ 18.1
ทั้งนี้ ปัญหาการเกิดภาวะภัยแล้ง เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้รัฐแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด ร้อยละ 59.8 รองลงมา เป็นปัญหามลพิษทางอากาศ ร้อยละ 8.8 ปัญหาการเกิดภาวะน้ำท่วม 8.7 เรื่องมลพิษจากขยะ ร้อยละ 5.4 และเรื่องการทำลายป่าไม้ ร้อยละ 4.3 ในส่วนของชาวกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องการให้รัฐแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเร่งด่วนที่สุด ร้อยละ 21.9 นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 96.6 มีความรู้สึกว่าสภาพอากาศในปัจจุบันเปรียบเทียบสภาพอากาศในรอบปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรวมในทุกภาค พบว่า ร้อยละ 69.2 คิดว่า การจุดไฟเผา เช่น เผาป่า เผาขยะ เผาฟาง เพื่อการเพาะปลูกเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รองลงมา การตัดไม้ทำลายป่า ร้อยละ 52.8 และการปล่อยควันจากท่อไอเสียจากยานพาหนะ ร้อยละ 43.7 เป็นต้น เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค ประชาชนส่วนใหญ่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ระบุว่า การจุดไฟเผาเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด ร้อยละ 87.9 ร้อยละ 78.5 ร้อยละ 64.5 และร้อยละ 58.3 ตามลำดับ สำหรับกรุงเทพฯ ระบุว่า การปล่อยควันจากท่อไอเสียจากยานพาหนะเป็นสาเหตุสำคัญ ร้อยละ 59.5
นอกจากนี้ กิจกรรมที่ประชาชนทำเป็นประจำ เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน ได้แก่ การปิดไฟดวงที่ไม่ใช้งาน ร้อยละ 80.7 รองลงมา เป็นการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน ร้อยละ 70.3 ไม่เปิดน้ำทิ้งระหว่างการแปรงฟัน-อาบน้ำ ร้อยละ 66.2 กักน้ำในภาชนะเพื่อชำระล้างแทนการผ่านน้ำจากก๊อก ร้อยละ 58.7 และการเลือกใช้เครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ร้อยละ 52.6 ตามลำดับ นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อลดภาวะโลกร้อน ว่าควรปลูกต้นไม้/ปลูกป่าทดแทน ร้อยละ 26.4 และอีกร้อยละ 8.6 เห็นควรประหยัดพลังงานทุกชนิด ร้อยละ 4.5 แสดงความคิดเห็นว่าควรใช้กฎหมายรัดกุมในเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ร้อยละ 4.4 เสนอว่าควรรณรงค์ประชาสัมพันธ์/จัดกิจกรรมให้ประชาชนตระหนักถึงภาวะโลกร้อน และมีเพียงร้อยละ 2.5 เห็นว่า ควรรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก
ที่มา www.manager.co.th
ภาพ http://static.howstuffworks.com
. . . . . . . . . . .




