จับดีไซน์ใส่ถัง (ขยะ)
ประกาศผลมาแล้วสำหรับโครงการประกวดการออกแบบถังขยะตามแนวคิด Eco Design “ฮอนด้า กรีน บิน ดีไซน์ คอนเทสต์" ของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้กลั่นสมองซีกซ้าย ดีไซน์ถังขยะน่าใช้ ที่ทั้งเป็นประโยชน์ต่อโลก ทั้งยังง่ายต่อการใช้งานของคนทิ้ง
โจทย์หลักของการประกวด คือ นักออกแบบซึ่งมีอายุระหว่าง 15 - 35 ปี ไม่ว่าจะมาเดี่ยว หรือ มาเป็นทีม (ทีมละไม่เกิน 3 คน) จะต้องออกแบบถังขยะเพื่อใช้ในบ้านหรือภายในองค์กร เน้นประโยชน์ใช้สอยในการแยกขยะ โดยไอเดียจะต้องสดใหม่ สร้างสรรค์ ไม่ลอกเลียนแบบใคร และที่สำคัญคือจะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
"START" ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่ง เอกภูมิ เกียรติผดุงกุล เจ้าของผลงานอธิบายถึงแนวคิดว่าสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ชื่อผลงานแล้ว โดยมองว่าพฤติกรรมของคนไทยเกี่ยวกับการแยกขยะนั้น ต้องถือว่าอยู่ในขั้นเริ่มต้น ดังนั้นตัวเขาจึงเลือกที่จะออกแบบถังขยะขนาดเล็กที่ติดตั้งและใช้งานง่าย
เจ้าตัวเรียกผลงานของตัวเองว่า "ชุดแยกขยะขนาดเล็ก" ซึ่งเข้ากันดี เพราะผลงานชิ้นนี้ไม่เกี่ยวกับคำว่า "ถัง" แต่อย่างใด เนื่องจากตัวชิ้นงานหลักๆ คือ แผ่นสเตนเลสพับขึ้นรูป มีปากที่ง้างออกได้สำหรับคล้องถุงพลาสติกใช้เป็นที่รองรับขยะ และมียางเส้นยึดปากไว้เพื่อให้ดีดกลับอัตโนมัติ
ความตั้งใจของเอกภูมิเน้นไปที่สินค้าจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคนที่เข้าไปใช้บริการโดยมากจะซื้อหาของทานเล่น ขนม นม น้ำอัดลม ตลอดจนเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ซึ่งถุงพลาสติกที่ทางร้านใส่ของให้มานั้น โดยมากจะเป็นขนาด 6 หรือ 8 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดเล็กเหมาะแก่การใช้ใส่ขยะ เอกภูมิจึงออกแบบชุดแยกขยะ START ให้ใช้ได้กับถุงขนาดดังกล่าว โดยมีทั้งหมด 3 ช่อง สามารถแยกขยะได้ สามประเภท คือ กระดาษ พลาสติก และเศษอาหาร
จุดเด่นของ START นอกจากจะมีขนาดกะทัดรัดแล้ว เอกภูมิยังเลือกใช้แผ่นสเตนเลสไดคัท และ พับขึ้นรูป ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกใช้วัสดุ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ้นเปลืองพลังงานน้อย แถมเจ้าตัวยังมองไกลไปถึงเรื่องโลจิสติกส์ ตั้งแต่เรื่องแพ็คเกจจิ้งที่ใช้กระดาษแข็งไดคัท และพับโดยไม่ต้องใช้กาวซึ่งเป็นสารเคมี นอกจากนี้ยังมีขนาดเล็กไม่กินพื้นที่ในการขนส่ง
ในมุมมองของ ดร. สิงห์ อินทรชูโต อาจารย์นักออกแบบหัวใจสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ตัดสินการประกวดครั้งนี้ได้ให้ความเห็นถึงผลงาน START ว่าส่วนตัวแล้วชอบในความกะทัดรัด อีกทั้งยังละเมียดละไมในการออกแบบ แต่สิ่งที่เป็นห่วงนั้น อยู่ตรงที่ว่า ถุงที่รองรับขยะนั้นถูกแขวนในลักษณะลอยขึ้นจากพื้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการรั่วซึมหากว่าขยะนั้นยังไม่ได้เทน้ำออกหมด หรือ หากว่าเป็นขยะเปียก ซึ่งในจุดนี้ เจ้าของผลงานถึงกับตอบตรง ไม่มีอ้อมค้อมเรียกเสียงฮาได้ทั้งงานว่า "ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ไม่อย่างนั้นผลงานชิ้นนี้จะเรียกว่า สตาร์ทหรือครับ"

ถัดจาก START มาสู่ผลงาน "FLOW" ออกแบบโดย ศรัณพร กาลิก และ เจษฎา อินทรภักดิ์ ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 โดดเด่นที่แนวคิดเรื่องการปรับใช้ถังขยะให้เข้ากับสถานที่ต่างๆ ซึ่งนักออกแบบมองว่าแต่ละสถานก็มีประเภทและปริมาณของขยะที่แตกต่างกัน เช่น โรงพยาบาล,โรงอาหาร, สำนักงาน หรือ ที่พักอาศัย ซึ่งการวางถังขยะที่มีปริมาณไม่พอเพียงหรือไม่เหมาะสม มักทำให้เกิดปัญหาขยะล้นถัง ไปจนถึงการทิ้งขยะผิดประเภท
FLOW จึงเป็นทางแก้ปัญหา โดยออกแบบให้ถังขยะแต่ละประเภทมีขนาดที่แตกต่างกัน สามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมถังขยะแต่ละประเภทได้ ตามความเหมาะสม

ขณะที่ผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในชื่อผลงาน "ECO-TIE" ออกแบบโดย เมธา ศีตะจิตต์ มาในรูปลักษณ์เรียบง่าย แค่นำกระดาษมันสำปะหลังแปรรูปขนาดหนา มาทำเป็นแถบสีตามประเภทของขยะแต่ละชนิด วิธีใช้ก็แค่ขดเป็นวงใส่ถุงดำม้วนยึดไว้ตรงกลางก็จะได้ถังขยะอย่างง่ายๆ หนึ่งใบ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นปากถังขยะแล้ว เมื่อถังเต็ม ตัว ECO-TIE ก็ทำหน้าที่เป็นเชือกมัดปิดปากถุง ปรากฏให้เห็นแถบสีสากลที่แสดงประเภทของขยะที่ชัดเจน สะดวกแก่การคัดแยกในขั้นต่อไป
นอกจาก ECO-TIE จะทำจากมันสำปะหลังแปรรูปซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ตัวชิ้นงานยังมีขนาดเล็ก ทำให้ใช้ทรัพยากรน้อย และใช้การขึ้นรูปชิ้นงานด้วยการปั๊ม จึงทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ ราคาขายไม่แพง คนในหลายกลุ่มสามารถซื้อใช้ได้ก็จะทำให้วงจรในการคัดแยกขยะสมบูรณ์ และเป็นไปได้จริง

ส่วนรางวัลรองชมเชยอีกสองรางวัล ที่มีไอเดียดีไซน์ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับ "Box bin" ไอเดียดีไซน์โดย จิตรเลขา รามพงษา และ นุชนาถ เชื้ออินต๊ะ กับแนวคิดออกแบบถังขยะที่แยกขยะได้ในใบเดียว เพื่อประหยัดพื้นที่ ทั้งยังใช้กระดาษอัดรีไซเคิล(กรีนบอร์ด) เป็นวัสดุหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติทนน้ำ กันปลวก100%
ความโดดเด่นของ Box bin อยู่ที่ช่องใส่ขยะ ซึ่งภายในถูกแบ่งไว้ 3 ช่องตามประเภทของขยะ ชนิดแก้ว, กระดาษ และ ขยะทั่วไป ซึ่งตัวกล่องก็จะถูกเจาะช่องไว้ 3 ช่องตามรูปทรงของขยะเพื่อให้เข้าใจง่ายเป็นสากล โดยขยะแก้ว ก็จะทิ้งลงในช่องกลมๆ ขณะที่ช่องแนวยาวตามขวางสำหรับทิ้งกระดาษ ส่วนช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับทิ้งขยะทั่วไป

อีกหนึ่งรางวัลรองชมเชย ตกเป็นของ ณัฐ นามโสวรรณ์ กับผลงาน "ReCycle Hoop" ซึ่งออกแบบให้ถังขยะดูคล้ายกับแป้นบาสเก็ตบอล เพื่อดึงความสนใจ อีกทั้งที่ตัวแป้นยังมีการบอกประเภทของขยะ ไว้ให้ง่ายต่อการทิ้งให้ถูกถังอีกด้วย
5 ไอเดียของนักออกแบบที่ว่ามาจะถูกใจใครหรือไม่นั้น คงจะไม่สำคัญเทียบเท่ากับว่า เมื่อไหร่จะมีการออกแบบ "คนทิ้ง" ให้ถูกวิธีกันเสียที
ที่มา www.bangkokbiznews.com
. . . . . . . . . . .




