เมื่อฉี่สีเขียว
ของเสียจากท่อน้ำทิ้งที่มีอยู่มากมายหลายท่อตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ นั้น รู้มั้ยว่าท้ายที่สุดแล้วก็จะเดินทางไปสู่จุดจบที่ท่อ ๆ เดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ของเสียที่ร่างกายเราปล่อยออกมาทุกวันอย่าง “ฉี่” หากแยกไว้ต่างหากจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากในปัสสาวะหรือฉี่ของเรานั้นอุดมไปด้วยสารอนินทรีย์จำพวกฟอสฟอรัส และไนโตรเจน ธาตุอาหารสำคัญในการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร และกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดปุ๋ยชีวภาพ มีของดีอยู่กับตัวแท้ ๆ จะปล่อยให้หลุดมือทำไม มาติดตั้งโถส้วมแบบที่แยกฉี่ไว้ต่างหากในบ้านกันเถอะ
สืบเนื่องจากที่หลายประเทศต่างขยายการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งพืชอาหารและพืชพลังงานทดแทน ทำให้ความต้องการปุ๋ยของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ปีทีผ่านมาราคาของปุ๋ยฟอสฟอรัสในบางมุมโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 50% เนื่องจากเป็นแม่ปุ๋ยที่มีข้อจำกัดในการผลิต และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าฟอสเฟตในแหล่งสำรองขนาดใหญ่อย่างโมร็อคโคและจีนจะหมดลงในอีก 100 ปีข้างหน้า แม้ว่าปัจจุบันครึ่งหนึ่งของ ตะกอนจุลินทรีย์หรือสลัดจ์(sludge) จากน้ำเสียชุมชนในสหรัฐอเมริกาจะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ยที่รู้จักกันในชื่อ biosolids(กากชีวภาพ) แต่ก็ยังมีข้อควรพิจารณาในเรื่องการปนเปื้อนของ เชื้อโรคและโลหะหนัก ซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต ส่วนในปัสสาวะของคนเรานั้นแทบจะไม่มีเชื้อโรคหรือโลหะหนักเจือปนอยู่เลย แถมยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเท่า ๆ กับการใช้ปุ๋ยเคมี หรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

ใน ประเทศสวีเดน ได้มีการทดลองทำโถส้วมแบบที่แยกฉี่ออกจากอึไว้นี้ และนำฉี่ที่ถูกรวบรวมไว้ส่งไปยังอาคารโรงบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ซึ่งเป็น กระบวนการบำบัดน้ำเสียโดยวิธีทางชีวภาพ คือใช้จุลินทรีย์ในการกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำเสีย อย่างพวกไนโตรเจนและฟอสฟอรัส เมื่อจุลินทรีย์ในถังเลี้ยงเชื้อได้กินสารอินทรีย์ในน้ำเสียเป็นอาหาร ทำให้น้ำเสียสกปรกน้อยลง และได้ผลผลิตออกมาเป็น กากตะกอนจุลินทรีย์หรือสลัดจ์ ที่ประกอบไปด้วยธาตุอาหารอันเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่าง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และธาตุอื่น ๆ ซึ่งเมื่อนำสลัดจ์ไปหมักต่อก็จะได้ ปุ๋ย สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรต่อไป
การนำเฉพาะน้ำเสียที่ได้จากฉี่เพียงอย่างเดียวมาบำบัดนี้ ทำให้กระบวนการเกิดสลัดจ์ใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น แถมยังได้ ก๊าซมีเทน ในจำนวนที่มากกว่าสำหรับนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือนได้อีกด้วย
สำหรับใน ประเทศไทย นั้นก็ได้มีการศึกษาของ คณะวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่อง "การใช้สิ่งขับถ่ายของมนุษย์ในด้านการเกษตรอย่างปลอดภัย" โดยมีการทำลองใช่ "ฉี่" ผสมกับน้ำแล้วนำไปรดต้นข้าวโพด พบว่าฉี่ทำใ้หต้นข้าวโพดเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ใน ระดับความเข้มข้น 40% ส่วนใครที่คิดจะลัดทาง ใช้ฉี่เพียว ๆ รดไปยังต้นไม้เลย ขอเตือนว่าอย่าทำเด็ดขาด เพราะจะทำให้พืชตายไ้ด้ เนื่องจากมีความเข้มข้นมากเกินไป
ในฉี่ของเรานั้นจะมีไนโตรเจนอยู่ประมาณ 0.3% ฟอสฟอรัส 0.23% และโปแตสเซียม 0.25% โดยใน 1 ปี หากเราฉี่ปริมาณ 500 ลิตร เราจะผลิตธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่าง ไนโตรเจน(N) 4 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส(P) 0.4 กิโลกรัม และโปแตสเซียม(K) 0.9 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี
จากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยลิงโกบิงในสวีเดน ระบุว่า เมือง ๆ หนึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้น้ำปัสสาวะของประชากรเมืองนั้น ในการทำเกษตรกรรมเพื่อนำกลับมาเลี้ยงปากท้องของชาวเมืองเองได้อย่างเพียงพอ
เมื่อของเสียที่เราปล่อยทิ้งไปทุกวัน ๆ นี้ สามารถช่วยให้พืชเจริญงอกงามได้ เราจะเสียเงินไปกับปุ๋ยเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทำไม หันมาใช้ปุ๋ยชั้นดีจากฉี่ตัวเองกันเถอะ!
. . . . . . . . . . . . .
ข้อมูลจาก





ความคิดเห็น