“โค้ก” สัญญาจะชดใช้น้ำทุกหยดที่ใช้ในอุตสาหกรรม
ทุกวันนี้ปัญหาเรื่อง “น้ำ” มีความสำคัญไม่แพ้เรื่อง “โลกร้อน” เพราะแต่ละวันมีผู้คนหลายพันคนทั่วโลกต้องตาย เพราะขาดแคลนน้ำ, น้ำไม่สะอาด เป็นพิษ ทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจด้านเครื่องดื่มอย่าง โคคาโคลา จึงถือเป็นภารกิจที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ โดยอาศัยความรู้ความชำนาญขับเคลื่อนวงการ เพื่อกู้วิกฤตน้ำให้ได้
น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจโคคาโคลา ทั้งยังมี “จำกัด” ประสบปัญหาขาดแคลนอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะกลุ่มคนที่เอาแต่หาประโยชน์ใส่ตัว โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนในชุมชน ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพยากร งานนี้โค้กจึงถือเป็นความท้าทายยิ่ง
แม้จะโฟกัสเรื่องวิกฤตน้ำมาหลายปี แต่เมื่อปี 2004 โรงงานบรรจุขวดของโค้กในประเทศอินเดียก็ยังถูกสั่งปิด เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในชุมชน ต่อมาหลังจากนั้นศาลตัดสินว่าไม่ใช่ความผิดของบริษัทโค้ก โรงงานจึงได้เปิดอีกครั้ง ท่ามกลางการถกเถียงถึงความยั่งยืนขั้นพื้นฐานของธุรกิจน้ำดื่มที่จะต้องยึดถือ
ในการประชุมร่วมกับ World Wildlife Fund (WWF) หรือ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล วันที่ 5 มิถุนายน 2007 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน ณ กรุงปักกิ่ง Neville Isdell ประธานฝ่ายบริหารของโคคาโคล่า ตอบโต้การวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายด้วยการประกาศ นำน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มทั้งหมดกลับ คืนสู่ธรรมชาติ (Replace Every Drop) ทั้งที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มของค่ายทุกชนิด และส่วนที่ใช้ในการผลิต ซึ่ง WWF ก็ให้การสนับสนุน

Carter Roberts ประธานกองทุน WWF กล่าวว่าจำเป็นต้องสนใจบริษัทเครื่องดื่มใหญ่อย่างโค้ก เพราะสามารถจะสร้างผลด้านบวกให้เห็นได้จริง ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องน้ำสำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วโลกเช่นเดียวกัน น้ำจืดที่บริโภคได้อย่างปลอดภัยก็เริ่มหาได้ยากขึ้น ภารกิจกู้วิกฤตน้ำจึงควรเริ่มขึ้นสักที
ปี 2006 โค้กใช้น้ำในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องดื่มราว 288,000 ล้านลิตร ทั้งการล้าง ทำความสะอาด ทำความร้อน ทำความเย็น โดยคิดเป็น 60% อีก 40% ใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม
ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำของโค้ก ประกอบด้วย 3 ด้าน หรือ 3R คือ Reduce, Recycle, Replenish
Reduce หมายถึง การใช้น้ำในสัดส่วนน้อยลง ใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อปี 2002 โค้กใช้น้ำประมาณ 3.12 ลิตร ต่อ การผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร ในปี 2006 ลดลงเหลือ 2.52 ลิตร ประหยัดไปได้ถึง 19%
Recycle หมายถึง การบำบัดน้ำเสีย นำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยทุกโรงงานต้องทำตามกฎหมายของแต่ละประเทศอยู่แล้ว แต่โคคาโคลาเองต้องการทำให้สูงกว่ามาตรฐานที่รัฐบาลประเทศต่างๆ กำหนดไว้ เป้าหมายคือภายในปี 2010 ทุกโรงงานต้องทำให้ได้มาตรฐานอันเคร่งครัดของโค้ก

ส่วน Replenish หมายถึง การชดใช้น้ำที่ธุรกิจโค้กใช้ไป เช่น ร่วมสนับสนุนโครงการดูแลรักษาแหล่งน้ำท้องถิ่น รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนลุ่มน้ำ เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน การเก็บกักน้ำฝน ปลูกป่าไม้ การใช้น้ำเพื่อทำเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ
แต่อีกด้านหนึ่งก็มีข้อกังขาเกี่ยวกับแหล่งที่มาของน้ำและขวดพลาสติกของน้ำดื่มยี่ห้อดาซานี (Dasani) ของค่ายโค้ก แม้แต่ตัวโค้ก สไปรท์ และน้ำอัดลมอื่นๆ อีกทั้งกลยุทธ์ของบริษัทโค้กและน้ำขวดต่างๆ ที่ลวงพรางสร้างตลาดใหม่ขึ้นมา โดยโจมตีถึงคุณภาพน้ำประปา ทั้งๆ ที่น้ำประปาที่กรองก็สามารถดื่มได้อยู่แล้ว แต่ละปีมีขยะพลาสติกจากน้ำบรรจุขวดมากหลายหมื่นล้านขวด ซึ่งเผาผลาญน้ำมันจากการผลิตไปมหาศาล สร้างผลกระทบต่อโลกไม่น้อย เป็นเรื่องที่โค้กต้องหาทางเลือกมาแก้ปัญหานี้ต่อไป

อย่างไรก็ดี ในด้านการอนุรักษ์น้ำ โคคาโคลายังได้ร่วมกับ WWF ช่วยกันหาทางให้คู่ค้าวัตถุดิบต่างๆ เช่น กาแฟ ส้มซีตรัส น้ำตาล ฯลฯ ใช้น้ำให้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในกรณีของน้ำตาล ก็ให้ปฏิบัติตามแนวทางกระบวนการปลูกอ้อยและผลิตน้ำตาลที่ดี :The Better Sugarcane Initiative เป็นต้น
นอกจากนี้ยังแสดงความรับผิดชอบด้วยการสร้างโรงงานรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2007 ซึ่งแต่ละปีผลิตพลาสติก PET (polyethylene terephthalate) ซึ่งรีไซเคิลได้ประมาณ 100 ล้านปอนด์ (เท่ากับขวดโค้กขนาด 20 ออนซ์ 2 พันล้านขวด!) โรงงานแห่งแรกอยู่ที่เมือง Spartanburg รัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อโรงงานแห่งแรกปฏิบัติการได้สมบูรณ์ ปี 2009 จึงเปิดอีก 6 แห่งทั่วโลก คือในออสเตรเลีย ออสเตรีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสวิตเซอร์แลนด์

โคคาโคลาไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องการใช้พลังงาน โดยตั้งแต่ปี 2002 ถึง 2006 ลดใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลงได้ 16% โดยเฉพาะจากเครื่องทำความเย็น ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โค้กได้ปรับเปลี่ยนเป็นแบบไร้สาร HFC (Hydrofluorocarbon-free) และประกาศสู่สาธารณชนทั่วโลกว่า 100% ของตู้แช่และตู้ขายน้ำหยอดเหรียญกว่า 6,350 เครื่องบนถนนหนทางที่การแข่งขันโอลิมปิค 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ปราศจากสาร HFC
บริษัทได้เลือกมาติดตั้งระบบจัดการพลังงานไฟฟ้า Energy Management System: EMS-55 มากขึ้น ซึ่งสามารถประหยัดไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 35% ของระบบความเย็น ราวปลายปี 2006 โค้กได้ติดตั้งระบบ Energy Management ในอาคารกว่า 200,000 แห่ง ทำให้ประหยัดไฟได้ 250 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 1,000,000 เมตริกซ์ตันทีเดียว
ข้อมูล
หนังสือ Green Biz:50 Green, profitable companies reveal their strategies & successes
/introduction by Mindy Lubber, president, Ceres
ภาพ
www.thecoca-colacompany.com
www.life.com




